เทคนิคการเลือกซื้อรถแบตเตอรี่ให้เหมาะกับลูกของคุณ

เมื่อลูกน้อยของคุณเริ่มโตขึ้นแน่นอนว่าของเล่นของเขาก็ต้องสมวัยช่วยในการพัฒนาการได้ดีตามไปด้วย ซึ่งในปัจจุบันของเล่นนั้นมีหลากหลายแบบมาก เนื่องจากตลาดที่ใหญ่ขึ้นนั้นเอง ทำให้ผู้ปกครองไม่ต้องปวดหัวกับการตามหาของเล่นให้ลูกอีกต่อไป แต่นั้นแหละ ถึงของเล่นจะมีเยอะขึ้นสามารถเลือกซื้อได้ตามความชอบ แต่ของเล่นเหล่านั้นจะสมวัยกับลูกน้อยของคุณหรือไม่ ผู้ปกครองหลายท่านอาจจะกังวลในจุดนี้ แต่หากเป็นเด็กโตสักนิดของเล่นที่สมวัยของเขา ก็ปฎิเสธไม่ได้ว่าคือรถแบตเตอรี่ ที่สมวัยและยังช่วยในการพัฒนาการที่ดีมากขึ้นนั้นเอง

หากจะเลือกซื้อรถแบตเตอรี่ก็ต้องมาดูกันว่าลูกของเราอยู่ในวัยที่เขาสามารถพูด เดิน วิ่ง  ทรงตัว ได้รึยังเพราะการนั่งบนรถแบตเตอรี่นั้นจำเป็นมากที่จะต้องนั่งทรงตัวได้ พูดบอกหรือเดินได้ เพื่อหากเกิดเหตุการณ์ฉุกเกฉินเขาก็จะสามารถดูแลตัวเองได้นั้นเอง แต่หากลุกของคุณยังไม่ถึงวัยนั้น การจะให้เขานั่งเล่นบนรถแบตเตอรี่ก็สามารถทำได้เช่นเดียวกันแต่อาจจะต้องมีผู้ปกครองคอยดูแลอย่างเข้มงวด คอยบอก คอยสอนให้เขาจำ แรกๆอาจจะยากไปบ้างแต่เมื่อเขาเริ่มโตขึ้น เขาก็จะสามารถเล่น หรือบังคับ นั่งบนรถแบตเตอรี่ได้โดยที่ผู้ปกครองอย่างเราคอยเฝ้าดูอย่างห่างๆเท่านั้นเอง

โดยปกติแล้วรถแบตเตอรี่จะเหมาะกับเด็กที่โตแล้วสักหน่อยเนื่องจากเขาสามารถเล่นเองได้ บังคับรถเองๆได้ ช่วยให้เขารู้สึกสนุก หัดเลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา แยกซ้าย-ขวา ได้ หรือเรียนรู้เรื่องการใช้มือหมุนพวงมาลัยรถ บริหารข้อมือ และการเหยียบคันเร่ง เพื่อควบคุมความเร็วของรถ ซึ่งเด็กที่เขาโตแล้วเขาก็จะรู้ว่าต้องเล่นยังไง จะช่วยทำให้เขารู้สึกสนุก มีความสุขมากขึ้น ช่วยส่งเสริมการพัฒนาการที่สมกับวัยของเขานั้นเอง หากผู้ปกครองจะเลือกซื้อรถแบตเตอรี่ให้ลูกของเรา สิ่งที่ต้องคำนึงก็คือเรื่องอายุของลูกนี่แหละ หากยังเด็กเกินไป การบังคับให้เขาเล่น ด้วยการที่ยังควบคุมไม่เป็นก็อาจจะทำให้เขารู้สึกกลัวก็เป็นได้

บางครอบครัวที่อยากมองหาของเล่นให้ลูก ให้เขาเล่นด้วยความสนุกก็อย่าลืมดูว่าของเล่นชิ้นนั้นสมวัยของเขาหรือไม่ แต่หากเป็นรถแบตเตอรี่ อาจจะต้องให้ลูกของทุกท่านโตสักหน่อยเพื่อให้เขาได้เล่นอย่างสนุกสนานลองพาเขาไปร้านขาย แล้วลองแอบถามดูก็ได้ว่าเขาโอเคไหม กลัวไหม อยากเล่นไหม ซึ่งการถามเขาอาจจะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่ได้คำตอบที่ดีก็ได้น่ะ เพราะเด็กน่ะเขามันซื่อตรงกับใจเสมอ มันอาจจะทำให้คุณพ่อคุณไม่ได้เข้าใจความชอบของลูกมากขึ้นนั้นเอง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *